รายละเอียดสินค้า

nat E Mixed Tocopherols วิตามินอี จากธรรมชาติ 30 แคปซูล by MEGA We Care
 
รหัสสินค้า : 319
ยี่ห้อ :
รุ่น :
สภาพสินค้า : สินค้ามือใหม่
Links : คลิกลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ราคา :320.00 ฿
ราคาปกติ : 490.00 ฿
Add to Cart Share with Friends
รายละเอียดสินค้า :

nat E
Mixed Tocopherols   วิตามินอี จากธรรมชาติ

30 แคปซูล   by  MEGA We Care

 

ทำไมควรเลือกใช้ Mixed Tocopherols
วิตามินอีจากธรรมชาติ

          เราสามารถพบวิตามินอีได้ในไขมันจากพื้น เมล็ดถั่ว ผักใบเขียว ธัญพืชต่างๆ น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด ถั่วเหลืองหรือจากไขมันสัตว์ ได้แก่ น้ำนมคน น้ำนมวัว น้ำมันตับปลา เนื้อสัตว์ ไข่ ตับ

          จากการค้นคว้าวิจัยในปัจจุบันพบว่าในอาหารตามธรรมชาติ เราจะพบวิตามินอีอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า Mixed tocopherols ซึ่งประกอบด้วยทั้ง d-alpha tocopherol, d-beta tocopherol, d-gamma tocopherol และ d-delta tocopherol โดย Mixed tocopherols จะเป็นส่วนผสมที่กลมกลืนที่ถูกกำหนดโดยธรรมาติ ซึ่ง tocopherol แต่ละชนิด จะช่วยกันกำจัดอนุมูลอิสระที่ต่างชนิดกัน เสริมการทำงานซึ่งกันและกัน ทำให้เชื่อได้ว่า Mixed tocopherols เป็นวิตามอีในรูปแบบธรรมชาติที่มีคุณค่าต่อร่างกายมนุษย์ ในการเป็นวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี รวมถึงการดูดซึมและการนำไปใช้งานโดยร่างกาย

          จากแนวคิดนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์ พยายามค้นคว้าเทคนิคที่จะทำให้ได้มาซึ่งวิตามินอีในรูปแบบที่เลียนแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง หรือที่เรียกว่า Mixed tocopherols  ซึ่งในปัจจุบันวิตามินอีในรูปแบบ Mixed tocopherols จึงเป็นที่นิยม เพราะเป็นวิตามินอีที่เป็นรูปแบบที่เลียนแบบธรรมชาติได้อย่างใกล้เคียง จึงเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพโดยการเข้าสู่วิถีแห่งธรรมชาติที่แท้จริง

 

คุณประโยชน์ของวิตามินอีจากธรรมชาติ

          วิตามินอีกับการต้านอนุมูลอิสระ เพื่อป้องกันความเสื่อม  เนื่องจากการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ต้องพบกับสภาพแวดล้อมหลายอย่างที่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างอนุมูลอิสระมาก จนเกินความสามารถที่ร่างกายจะกำจัดออก เป็นเหตุให้อนุมูลอิสระเหล่านี้ทำร้ายเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เซลล์เหล่านี้เสื่อมโทรมลงอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ตัว เช่น เซลล์ผิวหนัง หัวใจ สมอง ผนังหลอดเลือด ฯลฯ  ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมลง สังเกตได้จากผิวพรรณที่แห้งกร้าน มีอาการคล้ายความจำสั้นลงเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งวิตามินอีจะมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ต่างๆ ถูกทำลาย และช่วยให้เซลล์ที่เกิดขึ้นใหม่แข็งแรงไม่เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร

          วิตามินอีกับการปกป้องผิว มีการศึกษาโดยสมาคมการค้นคว้าโรคผิวหนัง ประเทศเยอรมันพบว่า วิตามินอีสามารถช่วยให้เซลล์ผิวทนต่อรังสี UV B  ในแสงแดดได้ดีขึ้น  โดยการศึกษาให้อาสาสมัครรับประทานวิตามินอี 1,000 หน่วยสากล  ร่วมกับวิตามินซี 2,000 มิลลิกรัม ทุกวันติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าเซลล์ผิวหนังสามารถทนต่อการถูกทำลายได้เพิ่มขึ้นเท่าตัว
          ดังนั้นการรับประทานวิตามินอีในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำ จะช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง

          วิตามินอีกับการปกป้องหัวใจ วิตามินอีจะช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจและป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด  ทำให้หลอดเลือดที่ไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งมีรายงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของอังกฤษ พบว่าคนไข้ที่ได้รับวิตามินอีธรรมชาติวันละ 400-800 หน่วยสากล จะช่วยลดการเกิดอาการโรคหัวใจวายเฉียบพลันถึง 77%  เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับวิตามินอี

          วิตามินอีกับการปกป้องสมอง วิตามินอีมีคุณสมบัติที่สำคัญที่ช่วยป้องกันความผิดปกติของระบบประสาท เนื่องจากวิตามินอี เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน  จึงสามารถผ่านเข้าไปที่เซลล์สมองได้  มีการศึกษาที่รวบรวมข้อมูลการวิจัยเป็นจำนวนมากสรุปผลว่าการได้รับวิตามินอีในขนาดปานกลางประมาณ 200-500 หน่วยสากล จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคพาร์กินสันได้ และมีการวิจัยที่พบว่าการรับประทานวิตามินอีในขนาดสูง ปริมาณ 2,000 หน่วยสากล ยังสามารถป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของเซลล์ในสมองที่ทำงานเกี่ยวกับหน่วยความจำ ทำให้สามารถป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ

          วิตามินอีกับโรคมะเร็ง มีรายงานการวิจัยว่า วิตามินอี สามารถป้องกันมิให้ไนโตรซามีน (ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่เรามักได้รับจากอาหาร) มาทำลายเซลล์ในร่างกาย และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายอีกด้วยรวมทั้งยังมีผลการวิจัยที่กล่าวว่า การรับประทานวิตามินอีในขนาดสูง สามารถลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งที่ต่อมลูกหมากและเต้านม

 

 

ใครบ้างที่ควรได้รับวิตามินอีธรรมชาติเสริม

  • ผู้ที่ต้องการสารต้านอนุมูลอิสระชนิดแรกที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ
  • ผู้ที่มีภาวะบกพร่องวิตามินอี ซึ่งอาจะมีสาเหตุมาจากการผิดปกติของการดูดซึมวิตามินอีในระบบทางเดินอาหาร
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณ เช่น ผิวขาดความชุ่มชื้น หรือ ผิวที่มีรอยแผลเป็น
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันโรคเกี่ยวกับสมอง หรือโรคทางระบบประสาท เช่น อัลไซม์เมอร์ หรือ โรคพาร์กินสัน
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิต้านทานโรค
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง
  • ผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการก่อนการมีประจำเดือน อาการปวดประจำเดือน

 

ความปลอดภัยในการรับประทานวิตามินอีธรรมชาติ

          ถึงแม้ว่าวิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน  สามารถสะสมในร่างกายส่วนที่เป็นไขมันได้  แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานการพบอันตรายใดๆ จากการรับประทานวิตามินอีอย่างต่อเนื่อง

ขนาดในการรับประทาน ผู้ใหญ่วันละ 400 หน่วยสากล

แก้ไขล่าสุด : 24/07/2008