Fish Oil (ฟิช ออยล์) น้ำมันปลา 100 แคปซูล by MEGA We Care
สารประกอบสำคัญของน้ำมันปลา
น้ำมันปลา เป็นสารประกอบของกรดไขมัน ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ซึ่งอยู่ในกลุ่มของโอเมก้า-3 มี 2 ชนิดได้แก่
- EPA (Eicosapentaenoic Acid) มีคุณสมบัติในการลดไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด พร้อมทั้งป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และยังป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคสมองขาดเลือด และโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
- DHA (Docosahexaenoic Acid) เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมองและดวงตา ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ ความจำ ตลอดจนระบบสายตา ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
น้ำมันปลามีผลดีต่อสุขภาพอย่างไร...
ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดและสมองขาดเลือดชั่วคราว การรับประทานน้ำมันปลา จะช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือดและช่วยลดไขมันในเลือด จึงป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมอง โดยมีผลวิจัยทางการแพทย์พบว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจที่รับประทานน้ำมันปลาวันละ 3 กรัม ร่วมกับวิตามินอีธรรมชาติ 200-400 ยูนิต สามารถลดอัตราการตายเนื่องจากหัวใจล้มเหลวลง 15% เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับประทานน้ำมันปลา
ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน กรดไขมันไม่อิ่มตัวในน้ำมันปลา เป็นสารตั้งต้นของสารกลุ่มไอโคซานอยด์ (Eicosanoids) อันได้แก่ พรอสตาแกลนดิน-3 (Prostaglandins-3) และทรอมบอกแซน-3 (Thromboxan-3) ซึ่งสารกลุ่มนี้จะยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวทำให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น
ช่วยลดไขมันในเลือด กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า-3 จะช่วยยับยั้งการสร้างไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglycerides) และไลโปโปรตีนชนิดความหนาแน่นต่ำมาก (VLDL) นอกจากนี้ยังเพิ่ม HDL ซึ่งเป็นไลโปโปรตีนที่นำโคเรสเตอรอลไปทำลายที่ตับ จึงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
ลดความดันโลหิตสูง การรับประทานน้ำมันปลาช่วยทำให้หลอดเลือดขยายตัว และป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น จึงมีผลให้ความดันเลือดลดลง
ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อรูมาตอยด์และข้อเสื่อม กรดไขมันในน้ำมันปลา ช่วยลดการสร้างสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (สารกลุ่มลิวโคไตรอิน) ช่วยบรรเทาอาการปวด บวม อักเสบตามข้อและยังช่วยลดปริมาณการใช้ยาแก้ปวดข้อ (NSAID) ลงได้
ข้อควรทราบของน้ำมันปลา
- กรดไขมัน EPA และ DHA ในปลาน้ำจืดมีน้อยกว่าปลาทะเล
- การกินปลาทะเล 200-300 กรัมต่อวัน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์จะสามารถเพิ่มกรดไขมันโอเมก้า-3 ในอาหารได้ถึง 0.2-0.5 กรัมต่อวัน
- น้ำมันปลาต่างจากน้ำมันตับปลา โดยทั่วๆไปน้ำมันปลาให้วิตามินเอและดี เหมาะสมต่อร่างกาย แต่การรับประทานน้ำมันตับปลาเพียง 20 ซีซี จะได้รับวิตามินเอและดีมากเกินความต้องการถึง 4 เท่า
- น้ำมันปลา 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่
คำแนะนำในการรับประทาน
- เพื่อป้องกันไขมันในเลือดสูง : 1,000 มก./วัน หลังอาหาร
- เพื่อรักษาการอุดตันของหลอดเลือด 3,000 มก./วัน ครั้งละ 1,000 มก. วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร
- สำหรับผู้ที่มีปัญหา ข้อเสื่อม ข้อรูมาตอยด์ 3,000-6,000 มก./วัน หลังอาหาร
- สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุที่สูบบุหรี่มาเป็นเวลานาน และมีไขมันในเลือดสูง 2,000-3,000 มก./วัน ครั้งละ 1,000 มก. วันละ 2-3 ครั้ง หลังอาหาร
FISH OIL เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจซึ่งได้แก่ (ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป , ผู้ที่สูบบุหรี่จัด , ผู้ที่ชอบรับประทานอาหาที่มีไขมันสูง , ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะเป็นประจำ และขาดการออกกำลังกาย)
- ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะไตรกลีเซอร์ไรด์
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือ โรคหลอดเลือดอุดตัน
- ผู้ป่วยที่เป็นความดันโลหิตสูง
|