เครื่องสำอาง กับ อย.
ความหมายของ คำว่า "เครื่องสำอาง" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอางค์ พ.ศ. 2535 กำหนดไว้ว่า...
- วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใด ต่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเพื่อความ สะอาด ความสวยงาม หรือส่งเสริมให้เกิดความสวยงามและรวม ตลอดทั้งเครื่องประทิ่นผิวต่าง ๆ ด้วย แต่ไม่รวมถึงเครื่องประดับ และเครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์ภายนอกร่างกาย
- วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง โดยเฉพาะ หรือ
- วัตถุอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงให้เป็นเครื่องสำอาง
อาจสรุปได้ง่ายๆ ว่า
- เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เฉพาะกับผิวกายภายนอกเท่านั้น เช่น ผิวหนัง ริมฝีปาก และในช่องปาก เส้นผม เล็บ รวมทั้งอวัยวะเพศส่วนนอก
- ใช้เพื่อความสะอาดในชีวิตประจำวัน เช่น ขจัดคราบเหงื่อไคล สิ่งสกปรกที่ผิวกาย เส้นผม
- ใช้เพื่อระงับกลิ่นกาย แต่งกลิ่นหอม
- ใช้เพื่อปกป้องหรือส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี ปรับแต่งให้แลดูดี โดยที่ไม่สามารถไปมีผลต่อโครงสร้างหรือการทำหน้าที่ใดๆ ของร่างกายมนุษย์
จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงและประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแล้ว จัดแบ่งเครื่องสำอางออกเป็น 3 ประเภท คือ
- เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เป็นเครื่องสำอางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอันตรายกับผู้บริโภค เนื่องจากพิษภัยหรือันตรายของเคมีภัณฑ์ที่เป็นส่วนผสม การกำกับดูแลจึงเข้มงวดที่สุด ด้วยการให้ต้องมีการขึ้นทะเบียนตำรับ เมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษเรียบร้อยแล้ว จึงจะสามารถผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายได้
ตัวอย่างเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ - ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ไหมขัดฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ - น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของ เซทิลไพริดิเนียมคลอไรด์ - ผลิตภัณฑ์ดัดผม ยืดผม - ผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดถาวร - ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผม - ผลิตภัณฑ์ทำให้ผมดำที่มีส่วนผสมของเลตแอซีเทตหรือซิลเวอร์ไนเตรต - ผลิตภัณฑ์กำจัดขน หรือทำให้ขนร่วง
- เครื่องสำอางควบคุม เป็นเครื่องสำอางกลุ่มที่อาจมีผลกระทบ หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายบ้าง แต่น้อยกว่าเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ การกำกับดูแลจึงไม่เข้มงวดเท่าเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ผู้ประกอบธุรกิจเพียงมาแจ้งรายละเอียดต่อหน่วยงานรัฐ ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนการผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร
- เครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่ เครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของสารควรคุมพิเศษ หรือสารควบคุม จะมีข้อกำหนดในการผลิตหรือนำเข้าดังต่อไปนี้
3.1 เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ สามารถผลิตได้โดยไม่ต้องมาแจ้งกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพียงแต่จัดทำฉลากภาษาไทย ให้มีข้อความอันจำเป็น ครบถ้วน ชัดเจน ตามที่กฏหมายกำหนด
3.2 เครื่องสำอางที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ต้องส่งมอบหลักฐาน ประกอบการนำเข้า และต้องจัดทำฉลากภาษาไทยให้มีข้อความอันจำ เป็นครบถ้วน ตามที่กฏหมายกำหนด ภายใน 30 วัน หลังจากได้รับ การตรวจปล่อยให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร
ตัวอย่างเครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่ - แชมพูสระผม หรือ ครีมนวดผมที่ไม่มีสารขจัดรังแค - โลชั่น ครีมบำรุงผิว - อายแชโดว์ อายไลเนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว บรัชออนแต่งแก้ม ลิปสติก ครีมรองพื้น แป้งทาหน้า - สบู่ก้อน สบู่เหลว โฟม - น้ำมันทาผิว เครื่องสำอางระงับกลิ่นกาย สีทาเล็บ มูส หรือเยลแต่งผม เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์ของทางร้านจัดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท "เครื่องสำอางทั่วไป" และผลิตในประเทศค่ะ จึงไม่จำเป็นต้องขอ อย. ค่ะ
นพ.เฉลิมชัย ชูเมือง รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า มีผู้บริโภคบางรายสงสัยว่าฉลากเครื่องสำอางบางชนิดทำใมจึงไม่มีเครื่องหมาย อย. จึงขอชี้แจงให้ทราบว่าตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 ได้แบ่งเครื่องสำอางออกเป็น 3 ประเภท คือ เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เครื่องสำอางควบคุม และเครื่องสำอางทั่วไป
เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เป็นเครื่องสำอางที่มีสารควบคุมพิเศษ ผู้ผลิตหรือนำเข้าจะต้องยื่นแบบแจ้งการผลิตหรือนำเข้าต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเครื่องสำอางก่อน เมื่อประกอบการพิจารณาจึงจะผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายได้ การแสดงฉลากต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยบนฉลาก ทั้งที่ภาชนะบรรจุและหีบห่อของภาชนะบรรจุเครื่องสำอาง ระบุรายละเอียดของเครื่องสำอางมีข้อความ "เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ" เลขทะเบียนเครื่องสำอาง แสดงไว้ในกรอบเครื่องหมาย อย. เครื่องสำอางประเภทนี้ได้แก่ ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ผลิตภัณฑ์ดัดผม-ยืดผม ผลิตภัณฑ์กำจัดขน เป็นต้น
เครื่องสำอางควบคุม ได้แก่ เครื่องสำอางที่กำหนดสารควบคุมและกำหนดประเภทของเครื่องสำอางควบคุม เช่น เครื่องสำอางที่มีสารกำจัดรังแค เครื่องสำอางป้องกันแสงแดด ผ้าอนามัยและผ้าเย็นหรือกระดาษเย็น ที่บรรจุในภาชนะที่ปิดสนิท เป็นต้น ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องแจ้งรายละเอียดเครื่องสำอางควบคุมก่อนการผลิตและนำเข้า และต้องจัดให้มีฉลากมีข้อความเป็น ภาษาไทยแสดงรายละเอียดของเครื่องสำอาง พร้อมทั้งระบุข้อความ "เครื่องสำอางควบคุม"
เครื่องสำอางทั่วไป เป็นเครื่องสำอางที่ไม่เข้าข่ายเป็นครื่องสำอางควบคุมพิเศษ หรือเครื่องสำอางควบคุม ได้แก่ แชมพูที่ไม่มีสารกำจัดรังแค ครีมนวดผม โลชั่น อายแชโดว์ อายไลเนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว เป็นต้น ผู้ผลิตสามารถผลิตเครื่องสำอางทั่วไปออกจำหน่อย โดยไม่ต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนหรือแจ้งรายละเอียดก่อนการผลิต
ผู้ผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางควบคุมและเครื่องสำอางทั่วไป อาจขอความเห็นในการใช้ฉลากเครื่องสำอางจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือไม่ก็ได้ นั่นก็คือถ้าถ้ามีการขอความเห็นในการใช้ฉลากเครื่องสำอางและได้รับความเห็นชอบ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว ผู้ผลิต ผู้นำเข้าฯ จะได้รับเลขที่ใบรับรองการใช้ฉลากเครื่องสำอาง หากไม่มีการขอความเห็นในการใช้ฉลากเครื่องสำอางจากคณะกรรมการอาหารและยา เครื่องสำอางนั้นๆ ก็จะไม่ได้เลขที่ใบรับรองการใช้ฉลากเครื่องสำอาง คือไม่มีตรา อย. นั่นเอง
รองเลขาธิการฯ กล่าวย้ำว่า หากพบเครื่องสำอางทั่วไป ไม่มีเครื่องหมาย อย. ปรากฎอยู่บนฉลากก็ไม่ต้องตกใจ แต่สำหรับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษนั้นจะต้องมีตรา อย. แสดงเลขทะเบียนเครื่องสำอางเสมอ ซึ่งแสดงว่าได้ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว
|